สาระเรื่องอาหาร

พยาธิใบไม้ในตับ

พยาธิใบไม้ในตับ ภัยเงียบจากอาหารดิบ รู้ทันอาการ วิธีรักษา และการป้องกันก่อนสายเกินไป

พยาธิใบไม้ในตับ คืออะไร? พยาธิใบไม้ในตับ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อพยาธิชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำดีภายในตับของมนุษย์ โดยพบมากในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและบางพื้นที่ที่นิยมรับประทานอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ปลาร้า ปลาส้ม หรือปลาน้ำจืดที่ไม่ได้ผ่านความร้อนอย่างเพียงพอ โรคนี้อาจดูเหมือนไม่รุนแรงในระยะแรก เพราะหลายคนแทบไม่มีอาการ แต่หากปล่อยไว้นาน พยาธิจะทำลายท่อน้ำดีเรื้อรัง จนเพิ่มความเสี่ยงต่อ “มะเร็งท่อน้ำดี” ซึ่งเป็นโรคร้ายที่พบมากในประเทศไทย ดังนั้น การรู้จักพยาธิใบไม้ในตับ วิธีป้องกัน และการรักษาอย่างถูกต้อง จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก สาเหตุของการเกิดพยาธิใบไม้ในตับ สาเหตุหลักเกิดจากการรับประทานปลาน้ำจืดดิบ หรือปรุงไม่สุก ซึ่งมีตัวอ่อนของพยาธิปนเปื้อนอยู่ อาหารเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่ ก้อยปลา ปลาส้ม ลาบปลา ปลาร้าดิบ ปลาจ่อม ปลาแช่ดิบ อาหารหมักดองจากปลาน้ำจืด เมื่อรับประทานเข้าไป ตัวอ่อนจะเข้าสู่ลำไส้ แล้วเดินทางไปยังท่อน้ำดีในตับ ก่อนเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวเต็มวัย พยาธิสามารถมีชีวิตอยู่ในร่างกายได้นานหลายปี และสร้างความเสียหายต่อระบบทางเดินน้ำดีอย่างต่อเนื่อง วงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ในตับ พยาธิใบไม้ในตับมีวงจรชีวิตที่ซับซ้อน โดยมีสัตว์หลายชนิดเป็นพาหะ ไข่พยาธิออกมากับอุจจาระของคนหรือสัตว์ ไข่ลงสู่แหล่งน้ำ หอยน้ำจืดกินไข่พยาธิ พยาธิเจริญเติบโตในหอย ตัวอ่อนออกจากหอยไปอยู่ในปลาน้ำจืด คนกินปลาดิบหรือสุกไม่พอ พยาธิเข้าสู่ตับและท่อน้ำดี […]

พยาธิใบไม้ในตับ ภัยเงียบจากอาหารดิบ รู้ทันอาการ วิธีรักษา และการป้องกันก่อนสายเกินไป Read More »

การดูแลเรื่องอาหารสำหรับโรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)

การดูแลเรื่องอาหารสำหรับโรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เพื่อป้องกัน และเพื่อดูแลหลังรับเชื้อ

การดูแลเรื่องอาหารสำหรับโรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เป็นหัวใจสำคัญมากครับ เพราะในช่วงที่ตับกำลังอักเสบ ประสิทธิภาพการทำงานของตับจะลดลง การเลือกทานอาหารให้ถูกต้องจะช่วยให้ตับทำงานเบาลงและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ผมขอแบ่งคำแนะนำออกเป็น 2 ส่วน คือ สำหรับการดูแลฟื้นฟูอาการ และ สำหรับการป้องกัน ดังนี้ครับ 1. อาหารสำหรับดูแลและฟื้นฟูอาการ (สำหรับผู้ที่กำลังป่วย) เป้าหมายหลักคือ “ลดภาระการทำงานของตับ” และรักษาสมดุลพลังงานในร่างกาย เนื่องจากผู้ป่วยมักมีอาการเบื่ออาหารและคลื่นไส้ครับ เน้นอาหารไขมันต่ำ (Low Fat): ในช่วงนี้ตับจะผลิตน้ำดี (ที่ใช้ย่อยไขมัน) ได้ไม่เต็มที่ หากทานของมันจะทำให้ท้องอืด คลื่นไส้ และตับทำงานหนัก ควรทาน: อาหารประเภท ต้ม นึ่ง อบ หรือตุ๋น เช่น ปลาจาระเม็ดนึ่งมะนาว หรือ ปลาอื่นๆได้ที่ไม่มันมาก, แกงจืดเต้าหู้หมูสับ, ไก่ต้ม (ไม่ติดหนัง) ควรเลี่ยง: ของทอด, ของมัน, กะทิ, หมูสามชั้น, เนย, ชีส คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนย่อยง่าย: ร่างกายยังต้องการพลังงานและโปรตีนเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ควรทาน: ข้าวต้ม,

การดูแลเรื่องอาหารสำหรับโรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เพื่อป้องกัน และเพื่อดูแลหลังรับเชื้อ Read More »

โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ทำไมระบาดหน้าร้อนนะ

ท่ามกลางอากาศร้อนแบบนี้ โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) มักจะกลับมาระบาดได้ง่ายขึ้นครับ เนื่องจากสภาพอากาศมีผลโดยตรงต่อการปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม นี่คือข้อมูลสรุปเพื่อให้คุณเข้าใจภาพรวมและการดูแลตัวเองครับ 1. ทำไมถึงระบาดหนักในช่วงหน้าร้อน? สาเหตุหลักไม่ได้มาจากตัวไวรัสที่ชอบความร้อน (จริงๆ มันทนทานมาก) แต่มาจาก “พฤติกรรมและสภาพแวดล้อม” ครับ: น้ำดื่มและน้ำแข็ง: ในหน้าร้อนเราบริโภคน้ำแข็งและน้ำดื่มเย็นๆ มากขึ้น หากแหล่งน้ำหรือกระบวนการผลิตไม่สะอาด ไวรัสจะปนเปื้อนมาได้ง่าย อาหารบูดเสียเร็ว: อุณหภูมิสูงทำให้เชื้อโรคขยายตัวได้ดี และดึงดูดแมลงวันซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อจากสิ่งปฏิกูลมาสู่อาหาร การขาดแคลนน้ำ: ในบางพื้นที่ที่มีภัยแล้ง การใช้น้ำเพื่อสุขอนามัย (เช่น การล้างมือ) อาจลดลง ทำให้การแพร่กระจายแบบ Fecal-Oral Route (จากอุจจาระสู่ปาก) ทำได้ง่ายขึ้น 2. อาการของโรค หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2-4 สัปดาห์ (ระยะฟักตัว) จะเริ่มมีอาการดังนี้: ระยะแรก: มีไข้ต่ำๆ, อ่อนเพลียมาก, ปวดหัว, เบื่ออาหาร, คลื่นไส้อาเจียน ระยะตัวเหลือง: หลังจากมีไข้ไม่กี่วัน จะเริ่มมีอาการ ตาเหลือง ตัวเหลือง (ดีซ่าน), ปัสสาวะสีเข้มเหมือนน้ำชา, และอาจมีอาการปวดท้องชายโครงขวา

โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ทำไมระบาดหน้าร้อนนะ Read More »

ท้องผูก ต้องทำอย่างไร และกินอะไรดี

ท้องผูก ต้องทำอย่างไร และกินอะไรดี?

ท้องผูก ต้องทำอย่างไร และกินอะไรดี? อาการ ท้องผูก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย สร้างความรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน บทความนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการท้องผูก สาเหตุ วิธีแก้ไข และอาหารที่ควรรับประทาน เพื่อช่วยบรรเทาและป้องกันอาการท้องผูกอย่างมีประสิทธิภาพ เรามา สุขภาพดีไปพร้อมกันนะ ^^ อาการท้องผูก หมายถึง ภาวะที่ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อุจจาระมีลักษณะแข็ง แห้ง หรือถ่ายลำบาก ต้องเบ่งมาก หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด อาการท้องผูกไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบขับถ่าย ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหาร การใช้ชีวิตประจำวัน หรือโรคบางชนิด การเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีการแก้ไขที่ถูกต้อง จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับอาการท้องผูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเรื้อรัง ได้ สาเหตุของอาการท้องผูก อาการท้องผูกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย: ใยอาหารเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระและทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย เช่น อาหารแปรรูป อาหารจานด่วน เนื้อสัตว์ในปริมาณมาก จะทำให้อุจจาระแข็งและเคลื่อนตัวได้ยาก ทั้งนี้ หากเราไม่ได้ทานอาหารที่มีกากใยในรูปแบบปกติ แต่ว่า ไปซื้อไฟเบอร์มารับประทาน อาจจะทำให้ถ่ายยากกว่าเดิม

ท้องผูก ต้องทำอย่างไร และกินอะไรดี? Read More »

IF ดีต่อสุขภาพ และลดน้ำหนัก ได้จริงเหรอ

IF ดีต่อสุขภาพ และลดน้ำหนัก จริงเหรอ?

IF ดีต่อสุขภาพ และลดน้ำหนัก จริงเหรอ? IF คืออะไร ? IF หรือ Intermittent Fasting คือ รูปแบบการควบคุมอาหารแบบหนึ่ง โดยการกำหนดช่วงเวลาสำหรับการอดอาหารและช่วงเวลาที่ได้รับประทานอาหาร วิธีการทำ IF ที่นิยมมีดังนี้ 16:8 คือ อดอาหาร 16 ชั่วโมง และรับประทานอาหารในช่วง 8 ชั่วโมงที่เหลือ เช่น ไม่รับประทานอาหารตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันนึง จนถึง 12.00 น. ของวันรุ่งขึ้น 5:2 คือ รับประทานปกติ 5 วัน และจำกัดพลังงานวันละไม่เกิน 600 แคลอรีสำหรับหญิง หรือ 800 แคลอรีสำหรับชาย ในอีก 2 วันที่เหลือ อดอาหารต่อเนื่อง 24 ชม. เช่น ไม่รับประทานอะไรเลยในหนึ่งวัน แล้วกลับมารับประทานปกติในวันรุ่งขึ้น การทำ IF

IF ดีต่อสุขภาพ และลดน้ำหนัก จริงเหรอ? Read More »

อาหารบำบัด สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

อาหารบำบัด สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

อาหารบำบัด สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน การรับประทานอาหาร สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรจะ มีการปฏิบัติตามข้อต่างๆ ดังนี้ จะช่วย เรื่องการควบคุมน้ำตาล และทำให้ ระดับน้ำตาล ดีขึ้นได้ รับประทานอาหารให้ตรงเวลา แลครบทุกมื้อ(มื้อเย็นควรรับประทานก่อน 18.00 น.) การงดอาหาร ในมื้อใดมื้อหนึ่ง อาจทำให้เกิดภาว:น้ำตาลในเลือดต่ำได้ เลือกรับประทานอาหารที่หุงต้มด้วยวิธี ต้ม ตุ๋น นึ่ง อบ หรือผัดแบบน้ำมันน้อย ควรเลือกรับประทานโปรตีน จากปลาทะเล เต้าหู้ ไข่ขาว เป็นประจำ ควบคุมปริมาณการรับประทานอาหารประเภท ผลไม้ ข้าว แป้ง เพราะถ้ารับประทานมากเกิน จะเพิ่ม ระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มการรับประทนผัดให้มากขึ้นทุกมื้อ เพื่อเพิ่มกากใยในการช่วยลดน้ำตาลและไขมันในเลือด โดยเน้นผักประเภทใบ ส่วนผักประเภทหัวควรควบคุมปริมาณ ดื่มนมขาดมันเนยหรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เป็นประจำ 1-2 แก้วหรือถ้วย/วัน เพื่อให้ร่างกายได้รับ แคลเซียมที่เพียงพอ  ควรใช้น้ำมันพืชชนิดกรดไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acid) ในการปรุงประกอบอาหาร เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก

อาหารบำบัด สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน Read More »

ประโยชน์ของน้ำนมมารดา

ประโยชน์ของน้ำนมมารดา น้ำนมแม่เป็นอาหารหลักของลูกน้อยวัยแรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน เด็กที่กินนมแม่จะได้จุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่อลำไส้ และมีความเสี่ยงในการแพ้อาหารลดลง ในช่วงหลังคลอด ทารกยังมีอาหารสะสมตั้งแต่อยู่ในท้องแม่มากพอ และกระเพาะอาหารของทารกหลังคลอดเองก็ยังมีขนาดเล็ก ต้องการนมเพียงแค่มื้อละ 5 – 10 ซีซี เท่านั้น จึงถือว่าเป็นโอกาสในการปรับตัวของทั้งคุณแม่ และลูกน้อย ถ้ากระตุ้นลูกน้อยด้วยการดูดนมแม่บ่อยๆ แม่จะมีการสร้างน้ำนมออกมาตามที่ลูกต้องการ เมื่อลูกน้อยได้รับนมเพียงพอ การขับถ่ายจะสมดุลกับปริมาณนมที่ได้รับ ลูกจะนอนหลับเต็มอิ่ม ไม่หลับไปสักพัก และตื่นขึ้นมาบ่อยๆ และน้ำหนักตัวลูกจะขึ้นตามเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำในเรื่องของการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามเกณฑ์ อย่าเริ่มอาหารเสริมเร็วกว่าเวลาที่เหมาะสม เพราะจะส่งผลเสียกับสุขภาพระบบทางเดินอาหารของลูก เมนูเรียกน้ำนม สำหรับคุณแม่   1. แกงเลียง เป็นอาหารที่มีผักหลากหลายชนิด ส่วนใหญ่ที่นิยมทานกันก็จะเป็นแกงเลียงกุ้ง มีสรรพคุณบำรุงร่างกายได้ดีเยี่ยม ที่สำคัญเป็นอาหารยอดนิยมของคุณแม่ที่ต้องการเรียกน้ำนมให้ลูกน้อย โดยมีส่วนประกอบหลักอย่าง แครอท ฟักทอง ใบแมงลัก พริกไทย หัวหอมแดง กุ้งป่น กระชาย เป็นต้น 2. หัวปลี อีกหนึ่งวัตถุดิบยอดนิยมที่คุณแม่มักใช้ในการทานเพื่อเรียกน้ำนมก็คงจะหนีไม่พ้น “หัวปลี” ซึ่งมีสรรพคุณช่วยทำให้การไหลเวียนโลหิตดี และสามารถเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ดีเช่นกัน หัวปลีสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ยำหัวปลี

ประโยชน์ของน้ำนมมารดา Read More »

เอกสารแนะนำ คุณแม่

เอกสารแนะนำ สำหรับคุณแม่มือใหม่ เพื่อการดูแลน้องๆ ได้อย่างดี โหลดเก็บได้เลย ^^   เอกสารแนะนำคุณแม่ ก่อนกลับบ้าน เพื่อดูแลลูกน้อยของเรา โหลดเอกสารได้ที่นี่ : การให้คำแนะนำคุณแม่ก่อนกลับบ้าน   เมนูอาหารเรียกน้ำนม โหลดเอกสารได้ที่นี่ : เมนูเรียกน้ำนม   การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรกนมเป็นอาหารหลักของลูก หลังจากนั้นลูกควรได้รับ อาหารเสริมตามวัย เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตน้ำนมแม่ในช่วงแรกอาจมีน้อยไม่เพียงพอแก่ความต้องการ คุณแม่อาจให้นมผสมร่วมด้วย ( นมผสมแต่ละยี่ห้ออาจมีอัตราส่วนในการผสมของนม : น้ำไม่เหมือนกัน สามารถดูได้จากข้างกระป๋อง ) แต่ถ้าน้ำนมมีมากเกินความต้องการคุณแม่ก็สามารถบีบน้ำนม เก็บไว้ให้ลูกได้โดยบีบเก็บไว้ในขวดนม หรือถุงเก็บน้ำนมตาม ขั้นตอนดังนี้ การบีบนมเพื่อเก็บไว้สำรอง ระวังเรื่องความสะอาด ควรล้างมือ เช็ดเต้านมและดูแลภาชนะให้สะอาดทุกครั้ง หามุมสงบ ผ่อนคลาย จะช่วยเพิ่มการหลั่งของน้ำนม อาจประคบเต้านมด้วยผ้าชุบน้ำร้อน 3-5 นาที ก่อนนวดเต้านม จะทำให้น้ำนมไหลดีขึ้น นวดเต้านมเป็นวงกลมไปรอบๆตามด้วยการบีบเบาๆเริ่มจากบริเวณขอบนอกของเต้านมเข้ามายังบริเวณหัวนม กระตุ้นหัวนมเบาๆโดยการใช้นิ้วดึงหรือคลึงหัวนม บีบน้ำนมออก โดยใช้นิ้วหัวแม่มือวางบนลานหัวนมด้านบน ส่วนนิ้วที่เหลือวางด้านตรงข้ามกดเข้าหาทรวงอกก่อน แล้วค่อยๆบีบนิ้วเข้าหากันน้ำนมแม่จะไหลออกมา ทำซ้ำใหม่

เอกสารแนะนำ คุณแม่ Read More »

ค่า BMI ของคุณเป็นเท่าไหร่ มาคำนวนกัน

[forminator_form id=”255″]   BMI kg/m2 อยู่ในเกณท์ ภาวะเสี่ยงต่อโรค น้อยกว่า 18.50 น้ำหนักน้อย / ผอม มากกว่าคนปกติ ระหว่าง 18.50 – 22.90 ปกติ (สุขภาพดี) เท่าคนปกติ ระหว่าง 23 – 24.90 ท้วม / โรคอ้วนระดับ 1 อันตรายระดับ 1 ระหว่าง 25 – 29.90 อ้วน / โรคอ้วนระดับ 2 อันตรายระดับ 2 มากกว่า 30 อ้วนมาก / โรคอ้วนระดับ 3 อันตรายระดับ 3

ค่า BMI ของคุณเป็นเท่าไหร่ มาคำนวนกัน Read More »

ซีรั่มบํารุงเส้นผม

FLOXIA คุณสมบัติ  • ซีรั่มบํารุงเส้นผม ลดการหลุดร่วง ในรูปแบบสเปรย์ ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่แสบหนังศีรษะ ไม่ระคายเคือง • แก้ปัญหาผมร่วงที่สาเหตุ ด้วยส่วนประกอบของOleanolic Acid ช่วยลด Dihydrotestosterone (DHT) ด้วยการยับยั้งเอนไซม์ 5-Alpha Reductase • เสริมสร้างความแข็งแรงvองรากผมด้วยสาร Apigenin ที่ช่วยการไหลเวียนเลือดบริเวณรากผม • เสริมสร้างเส้นผม ให้เส้นผมยาวเร็วขึ้น งอกเร็วขึ้น ด้วย Biotinyl-Tripeptide • ช่วยฟื้นฟูรากผม และเซลล์ฟม ด้วยสารสกัดจาก โปรตีนถั่วเหลือง วิธีใช้: ฉีด Hair Serum ลงบนหนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง หรือผมบาง นวดให้ซีรั่มซึมลงสู่ผิวโดยไม่ต้องล้างออก ควรใช้ทุกวัน เช้า-เย็น ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 3 เดือน vนาด 50 mL ณัชชนก คลินิก สอบถาม/นัดคิวปรึกษาได้ที่: Hotline 081-555-3444 Previous Next

ซีรั่มบํารุงเส้นผม Read More »