โรคไตกินอะไรได้บ้าง คำตอบคือกินได้ แต่ต้องเลือกให้พอดี
พอรู้ว่าเป็นโรคไต หลายบ้านจะเริ่มกังวลทันทีว่าอะไรห้ามกิน อะไรกินได้ บางคนกลัวจนกินน้อยเกินไป น้ำหนักลด อ่อนแรง หรือได้โปรตีนไม่พอ ความจริงแล้วผู้ป่วยโรคไตไม่ได้จำเป็นต้องอดทุกอย่างครับ แต่ต้องเลือกอาหารให้เหมาะกับระยะโรคไต ผลเลือด อาการบวม ปริมาณปัสสาวะ และการฟอกไตหรือยังไม่ฟอกไต
บทความนี้จะพาคุยแบบคนในบ้านดูแลกัน ว่าโรคไตกินอะไรได้บ้าง อะไรควรกินแบบพอดี และอะไรควรระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้ป่วยยังได้สารอาหารที่จำเป็นโดยไม่เพิ่มภาระให้ไตมากเกินไป
อาหารหลักที่มักกินได้ในผู้ป่วยโรคไต
1. ข้าวและแป้งในปริมาณพอดี
ข้าวสวย ข้าวต้ม เส้นหมี่ เส้นใหญ่ ขนมปัง หรือแป้งบางชนิดสามารถเป็นแหล่งพลังงานได้ แต่ควรกินในปริมาณที่เหมาะกับน้ำหนักตัว เบาหวาน และกิจกรรมในแต่ละวัน ถ้ามีเบาหวานร่วมด้วย ควรคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตและเลือกมื้อให้สม่ำเสมอ
2. โปรตีนคุณภาพดีตามแผนของแพทย์
โปรตีนเป็นเรื่องที่ต้องดูเป็นรายคน ก่อนฟอกไตมักเน้นกินให้พอดี ไม่มากเกินไป แต่ถ้าฟอกไตแล้ว หลายคนจำเป็นต้องได้โปรตีนมากขึ้นตามคำแนะนำของทีมรักษา ตัวอย่างโปรตีนที่มักเลือกได้ เช่น ปลา ไก่ไม่ติดหนัง ไข่ขาว และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน โดยควรปรุงแบบลดเค็ม
3. ผักโพแทสเซียมไม่สูงมาก
ผักที่มักจัดง่ายกว่า เช่น แตงกวา ฟักเขียว บวบ กะหล่ำปลี ผักกาดขาว กะหล่ำดอก และมะเขือยาว ถ้าผลเลือดโพแทสเซียมสูง ควรหั่นผักเป็นชิ้นเล็ก แช่น้ำ ลวกหรือต้ม แล้วเทน้ำทิ้ง เพื่อลดโพแทสเซียมได้บางส่วน
4. ผลไม้เป็นส่วนเล็ก ๆ
ผลไม้ที่มักเลือกได้ง่ายกว่า เช่น แอปเปิล องุ่น สับปะรด สาลี่ สตรอว์เบอร์รี หรือบลูเบอร์รี แต่ต้องจำว่า “กินได้” ไม่ได้แปลว่ากินได้ไม่จำกัด ควรกินครั้งละ 1 ส่วนเล็ก และดูผลเลือดโพแทสเซียมประกอบเสมอ
อาหารที่ควรระวัง แม้ไม่ได้ห้ามทุกคน
อาหารเค็มจัดและอาหารแปรรูปเป็นกลุ่มที่อยากให้ลดจริงจัง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซุปก้อน ผงปรุงรส น้ำปลา ซีอิ๊ว ปลาร้า กะปิ ปลาเค็ม ไส้กรอก แฮม เบคอน หมูยอ และขนมถุง เพราะโซเดียมสูง อาจทำให้บวม กระหายน้ำ ความดันสูง และไตทำงานหนักขึ้น
อาหารโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ทุเรียน น้ำมะพร้าว อะโวคาโด ผลไม้แห้ง มะเขือเทศ มันฝรั่ง เผือก มันเทศ และฟักทอง ควรระวังเป็นพิเศษในคนที่ผลเลือดโพแทสเซียมสูงหรือโรคไตระยะท้าย
อาหารฟอสฟอรัสสูง เช่น เครื่องใน นมปริมาณมาก โกโก้ โคล่า ถั่ว เมล็ดพืช และอาหารแปรรูปที่เติมฟอสเฟต ควรปรับตามผลเลือดและคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
ตัวอย่างจานอาหารโรคไตแบบง่าย ๆ
- ข้าวสวย + ปลาอบหรือนึ่ง + แตงกวา/บวบลวก + แอปเปิลเล็กน้อย
- ข้าวต้มปลาแบบไม่ใส่ผงปรุงรส + ผักกาดขาวลวก
- ไก่นึ่งหรือไก่ผัดบวบแบบลดเค็ม + ข้าวสวย + องุ่นเล็กน้อย
- ไข่ขาวตุ๋น + ข้าวสวย + กะหล่ำปลีลวก
คนดูแลผู้ป่วยควรช่วยดูอะไรบ้าง
- ดูฉลากโซเดียม และลดเครื่องปรุงเค็มในครัว
- สังเกตอาการบวม เหนื่อยง่าย น้ำหนักขึ้นเร็ว กระหายน้ำมาก หรือปัสสาวะน้อยลง
- เก็บผลเลือดล่าสุดไว้ โดยเฉพาะค่าโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และค่าไต
- ถามทีมรักษาก่อนใช้อาหารเสริม สมุนไพร ยาต้ม ยาหม้อ หรือยาลูกกลอน
คำถามที่พบบ่อย
โรคไตกินผักได้ไหม?
กินได้ครับ แต่ควรเลือกชนิดและปริมาณให้เหมาะ ถ้าผลเลือดโพแทสเซียมสูงควรระวังผักบางชนิดและใช้วิธีลวกเทน้ำทิ้ง
โรคไตกินผลไม้ได้ไหม?
กินได้บางชนิดในปริมาณพอดี เช่น แอปเปิล องุ่น สับปะรด หรือสาลี่ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกินเป็นจานใหญ่ โดยเฉพาะคนระยะท้ายหรือโพแทสเซียมสูง
ฟอกไตแล้วกินเหมือนก่อนฟอกได้ไหม?
ไม่เหมือนเสมอไปครับ หลังฟอกไต หลายคนต้องปรับโปรตีนและน้ำตามแผนของหน่วยฟอกไต จึงควรถามทีมรักษาเป็นหลัก
สรุป
คำตอบของคำว่าโรคไตกินอะไรได้บ้าง คือกินได้หลายอย่างครับ แต่ต้องกินให้พอดีกับร่างกายตัวเอง อาหารสด ทำเอง ลดเค็ม เลือกโปรตีนคุณภาพดี เลือกผักผลไม้ตามผลเลือด และไม่ลองสมุนไพรหรืออาหารเสริมเอง คือหลักที่ช่วยให้ดูแลผู้ป่วยโรคไตได้ปลอดภัยขึ้น
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่แทนคำแนะนำแพทย์ ผู้ป่วยโรคไตระยะ 4-5 ผู้ที่ฟอกไตแล้ว มีอาการบวม ปัสสาวะน้อย หรือมีค่าโพแทสเซียม/ฟอสฟอรัสผิดปกติ ควรยึดแผนอาหารจากแพทย์และนักกำหนดอาหารเป็นหลัก
